..........................................................................................................................................
โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมอง  นิยมเรียกว่า  Stroke  ในคนไทยเรียกอัมพาต แต่ถ้าผู้ป่วยรายใดมีอาการไม่รุนแรงยังพอขยับได้เรียกโรคอัมพฤกษ์ โรคหลอดเลือดสมองแบ่งเป็น 2 กลุ่ม  คือ

1.โรคหลอดเลือดสมองแตก 
2.โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มักพบมากในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป  พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

อาการ
1.แขนขาชาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่งทันที
2.พูดไม่ชัด  พูดไม่ได้  หรือฟังไม่เข้าใจทันทีทันใด
3.เดินเซ  เวียนศีรษะทันทีทันใด
4.ตามองเห็นภาพซ้อน  หรือมืดมัวข้างใดข้างหนึ่งทันทีทันใด


ถ้าท่านมีอาการข้อใดข้อหนึ่งให้รีบไปที่ รพ.ใกล้ที่สุด

ปัจจัยเสี่ยง
- ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้
1.ความดันโลหิตสูง
2.โรคเบาหวาน
3.โรคหัวใจ
4.ภาวะไขมันในเลือดสูง
5.ความอ้วน
6.การสูบบุหรี่


- ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้
1.อายุ
2.เชื้อชาติ


การป้องกัน
1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม  อย่าให้อ้วน
2.งดสูบบุหรี่
3.ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงถ้าพบปัจจัยเสี่ยงต้องรักษาและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
4.ในกรณีมีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว  ต้องรักษาและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด
5.ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองแล้ว จะมีโอกาสเป็นซ้ำได้สูงกว่าคนปกติ นอกจากปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้ว  ในกรณีที่เป็นชนิดตีบหรืออุดตัน แพทย์จะรักษาโดยให้รับประทานยาเพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำ


การวินิจฉัย
ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์หรือเอกซ์เรย์คลื่นแม่เหล็ก ในบางรายจะได้รับการตรวจหัวใจ Echocardiogram และตรวจอัลตร้าซาวด์หลอดเลือดใหญ่ที่คอ เพื่อวินิจฉัยประเมินความรุนแรงและพยากรณ์โรค

การรักษา
การรักษาทางยา
ถ้าผู้ป่วยมาพบแพทย์ภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังมีอาการ แพทย์จะพิจารณาให้ยาฉีดละลายลิ่มเลือด หลังจากนั้นแพทย์จะพิจารณาให้รับประทานยาต้านเกร็ดเลือด ยาต้านลิ่มเลือด รวมทั้งรักษาโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง

การรักษาทางการผ่าตัด
การรักษาโดยการผ่าตัด
เมื่อการผ่าตัดนั้นจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยและเป็นในตำแหน่งที่สามารถผ่าตัดได้ โดยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นมี โอกาสน้อยกว่าประโยชน์หรือความสำเร็จที่จะได้รับ

การรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู
การรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือการฟื้นฟูสมรรถภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความพิการ  ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ทำให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองได้ตามศักยภาพของผู้ป่วย ประกอบด้วย การทำกายภาพบำบัด เพื่อฝึกให้ผู้ป่วยทรงตัว นั่ง ยืน หรือเดินได้ การทำกิจกรรมบำบัดเพื่อให้แขนหรือมือใช้งานได้มากขึ้น ประกอบกิจวัตรประจำวันได้ เช่น ใส่เสื้อผ้า ล้างหน้าแปรงฟัน เข้าห้องน้ำ เป็นต้น หรือเพื่อฝึกกลืนให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้การแก้ไขการพูดเพื่อฝึก ออกเสียงหรือเพื่อให้ผู้ป่วยพูดคล่องขึ้น นอกจากนี้ ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้กายอุปกรณ์เสริมเพื่อให้เหมาะสม กับความพิการ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองได้ตามศักยภาพของผู้ป่วยเข้าสู่สังคมได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ 
หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาในระยะแรกแล้วจำเป็นต้องรับประทานยาป้องกันลิ่มเลือดเกาะตัวร่วมกับการ คุมรักษาปัจจัยเสี่ยง เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก

:: ขึ้นข้างบน ::

Movie-0